ปี 2560
ข้าว
อิทธิพลของอัตราเมล็ดพันธุ์ต่อองค์ประกอบผลผลิต และผลผลิตข้าวพันธุ์ กข49
บทคัดย่อ
ในปี 2559 มีการเพาะปลูกข้าวในเขตพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทยทั้งสิ้น 4,799,114 ไร่ เป็นการทำนาแบบนาหว่านน้ำตม 2,164,392 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 45.10 และใช้อัตราเมล็ดพันธุ์เฉลี่ย 28.62 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งใช้เมล็ดพันธุ์ในปริมาณมาก ทำให้เพิ่มต้นทุนเมล็ดพันธุ์และการจัดการแปลง การศึกษานี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินอัตราเมล็ดพันธุ์ที่เหมาะสมมีต่อองค์ประกอบผลผลิตและผลผลิตของข้าวพันธุ์ กข49 ซึ่งเป็นข้าวที่สามารถปลูกได้ดีในพื้นที่ชลประทาน และพื้นที่นาน้ำฝน ให้ผลผลิตสูง และต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล โดยทดลองที่แปลงนาเกษตรกร อำเภอสนับทึบ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วางแผนการทดลองแบบสุ่มสมบูรณ์ในบล็อก (Randomized Complete Block Design) เปรียบเทียบอัตราเมล็ดพันธุ์ 3 อัตรา ได้แก่ 7.5, 15 และ 25 กิโลกรัมต่อไร่ตามลำดับ ทดลอง 4 ซ้ำ จากผลการทดลองพบว่า จำนวนต้นต่อกอ จำนวนรวงต่อต้นและเมล็ดต่อรวง เมื่อปลูกด้วยอัตรา 7.5 กิโลกรัมต่อไร่ มีค่าสูงกว่าการปลูกด้วยอัตรา 15 และ 25 กิโลกรัมต่อไร่ ตามลำดับ ทั้งนี้อัตราปลูก 7.5 และ 15 กิโลกรัมต่อไร่ ให้ผลผลิตเมล็ดที่ความชื้นร้อยละ 14 เท่ากับ 894 และ 872 กิโลกรัมต่อไร่ ตามลำดับ ซึ่งสูงกว่าการปลูกด้วยอัตรา 25 กิโลกรัมต่อไร่ ที่ให้ผลผลิต 656 กิโลกรัมต่อไร่ ส่วนค่าดัชนีเก็บเกี่ยวในแต่ละอัตราปลูกไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ ดังนั้นการปลูกข้าวที่อัตรา 7.5 กิโลกรัมต่อไร่ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการปลูกข้าวแบบนาหว่านน้ำตมที่ให้องค์ประกอบผลผลิต ผลผลิตที่ดี ใช้เมล็ดพันธุ์น้อยและช่วยลดต้นทุนด้านเมล็ดพันธุ์