บทคัดย่อ

ปัญหาภัยแล้งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อผลผลิตอ้อยในประเทศไทย ดังนั้นการผสมพันธุ์อ้อยด้วยวิธีการผสมข้ามชนิดระหว่างอ้อยพันธุ์การค้า (Saccharum sp. hybrid) และอ้อยป่า (Saccharum spontaneum) จึงนำมาใช้สร้างอ้อยลูกผสมให้มีลักษณะทนแล้งมากขึ้น ซึ่งหลังจากการคัดเลือกอ้อยที่มีลักษณะทนแล้งตรงตามความต้องการแล้วได้เข้าสู่ขั้นตอนการประเมินองค์ประกอบผลผลิตของอ้อยลูกผสมข้ามชนิด เพื่อหาโคลนพันธุ์อ้อยลูกผสมที่ให้องค์ประกอบผลผลิตสูงที่สุด ซึ่งวัตถุประสงค์ของการทดลองนี้คือ การประเมินโคลนพันธุ์อ้อยลูกผสมที่ให้องค์ประกอบผลผลิตสูงที่สุดจากอ้อยลูกผสมข้ามชนิดจำนวน 26 โคลนพันธุ์ โดยดำเนินการปลูกทดสอบในพื้นที่อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ในปี 2562 วางแผนการทดลองแบบ Randomized Complete Block Design (RCBD) จำนวน 4 ซ้ำ ผลการทดลองพบว่า องค์ประกอบผลผลิตของอ้อยลูกผสมข้ามชนิด ได้แก่ จำนวนลำรวม น้ำหนักรวม น้ำหนักลำ และค่าความหวานของอ้อยแต่ละโคลนพันธุ์ มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และเมื่อวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า อ้อยลูกผสมข้ามชนิดโคลนพันธุ์ ku-58-2-42 ให้จำนวนลำรวมสูงที่สุด (44,000.00 ลำ/ไร่) โคลนพันธุ์ ku-58-5-7 ให้น้ำหนักลำรวมสูงที่สุด (22.25 ตัน/ไร่) โคลนพันธุ์ ku-58-4-108 น้ำหนักลำสูงที่สุด (1.51 กิโลกรัม) และโคลนพันธุ์ ku-58-2-198 ให้ค่าความหวานสูงที่สุด (21.87 °Brix) ซึ่งจากการประเมินโคลนพันธุ์อ้อยที่ให้องค์ประกอบผลผลิตแต่ละลักษณะสูงที่สุด สามารถนำไปใช้ในการประเมินอ้อยลูกผสมข้ามชนิดที่มีศักยภาพในการให้ผลผลิตสูงในพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้งต่อไป