ปี 2564
อ้อย
การเจริญเติบโต ผลผลิตอาหารหยาบและคุณค่าทางโภชนะของอ้อยคู่ผสม 10 โคลน เพื่อใช้เป็นอาหารสัตว์เคี้ยวเอื้อง
บทคัดย่อ
อ้อยคู่ผสม (Saccharum officinarum x S. spontaneum) มีลักษณะทนแล้ง การแตกกอมาก อายุเก็บเกี่ยวสั้น เก็บเกี่ยวได้หลายครั้ง วัตถุแห้งสูง และเป็นแหล่งอาหารเยื่อใยที่ดี มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินการเจริญเติบโต ผลผลิต และองค์ประกอบผลิตของอ้อยคู่ผสม เพื่อใช้เป็นอาหารสัตว์เคี้ยวเอื้อง ทำการทดลองบนพื้นที่แปลงเกษตรกร ตำบลอ่างทอง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร ในปี 2563-2564 วางแผนการทดลองแบบสุ่มบล็อคสมบูรณ์ RCBD จำนวน 4 ซ้ำ กรรมวิธีประกอบด้วย อ้อยลูกผสม จำนวน 10 โคลน ได้แก่ 1-124, 1-131, 1-144, 2-180, 2-200, 2-42, 3-20, 3-22, KU58-5-6, KU58-5-7 และพันธุ์เปรียบเทียบ 2 พันธุ์ ได้แก่ พันธุ์ Biotech 2 และพันธุ์ขอนแก่น 3 เก็บข้อมูลการเจริญเติบโต องค์ประกอบผลผลิต ผลผลิตชีวมวล และคุณค่าทางโภชนะ ได้แก่ ความชื้น วัตถุแห้ง CP, ADF, NDF, ADL และเถ้า ทำการเก็บเกี่ยวอ้อยที่อายุทุก 4 เดือน ผลการทดลองพบว่าอ้อยโคลน KU58-5-6, KU58-5-7, 3-22, 2-42 และ 2-200 มีค่าเฉลี่ยความสูงใกล้เคียงกับพันธุ์ Biotech 2 ซึ่งเป็นพันธุ์ที่มีความสูงมากที่สุด โคลน 3-20 ให้จำนวนการแตกกอเฉลี่ยสูงสุด เท่ากับ 15.10 หน่อ/กอ ซึ่งส่งผลให้มีจำนวนหน่อ/ไร่มากที่สุด โคลน 3-20 และ 3-22 ให้สัดส่วนใบ/ต้นเฉลี่ยใกล้เคียงกับพันธุ์ขอนแก่น 3 โคลน 2-200 ให้ผลผลิตน้ำหนักแห้งทั้งส่วนใบและต้นสูง และให้ผลผลิตน้ำหนักแห้งรวมมากกว่าอ้อยทุกโคลน/พันธุ์ ยกเว้นโคลน 2-42 และ 3-20 ในส่วนของคุณค่าทางโภชนะ โคลน 2-200 ยังให้ปริมาณวัตถุแห้งสูงกว่าโคลน KU58-5-6, KU58-5-7 และพันธุ์ขอนแก่น 3 อ้อยคู่ผสมทุกโคลนมีปริมาณโปรตีนในใบและต้นต่ำ ส่วนปริมาณ NDF ในใบและต้นของทุกโคลนมีค่าสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน และปริมาณ ADF อยู่ในระดับปานกลาง ขณะที่ปริมาณ ADL ในใบและต้นมีค่าอยู่ระหว่าง 3.93-7.25 และ 4.39-9.71 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ส่วนปริมาณเถ้าในใบของอ้อยทุกโคลนมีแนวโน้มสูงกว่าลำต้น