ปี 2565
ข้าวโพด
การประเมินความแข็งแรงของเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดด้วยการทดสอบการแทงรากร่วมกับการแบ่งกลุ่มข้อมูลแบบเคมีน
บทคัดย่อ
การประเมินความแข็งแรงของเมล็ดพันธุ์เป็นสิ่งสำคัญในการประเมินคุณภาพเมล็ดพันธุ์เพื่อใช้ในการเพาะปลูกและปรับปรุงพันธุ์พืช อย่างไรก็ตามการวิเคราะห์คุณภาพเมล็ดพันธุ์เป็นกระบวนการที่ใช้ระยะเวลา แรงงาน และความเชี่ยวชาญของผู้ปฏิบัติงาน จึงจำเป็นจะต้องศึกษาวิธีการที่สามารถลดระยะเวลาและแรงงาน รวมถึงเพิ่มความแม่นยำในขั้นตอนการประเมินความแข็งแรงของเมล็ดพันธุ์ การทดลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิธีการจำแนกความแข็งแรงของเมล็ดพันธุ์ด้วยการทดสอบการแทงรากและการแบ่งกลุ่มข้อมูลแบบเคมีน โดยเพาะทดสอบเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 120 ล็อต ซึ่งในแต่ละล็อตจะทำ 4 ซ้ำ ๆ ละ 50 เมล็ด ด้วยเทคนิค Between paper ที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส ในที่มืด จากนั้นเก็บค่าการแทงรากที่ความยาว 2 มิลลิเมตร ทุกวันเป็นเวลา 7 วัน นับจากวันเริ่มเพาะ นำค่าการแทงรากมาคำนวณดัชนีการแทงรากโดยโปรแกรม GERMINATOR® โดยนำพารามิเตอร์ที่ได้ เช่น maximum radicle emergence (MaxRE), radicle emergence speed (t₅₀RE), area under the curve of the radicle emergence fitted curve (AUC), mean radicle emergence time (MRET) และ uniformity of radicle emergence (U₇₅₂₅) มาวิเคราะห์จัดกลุ่มข้อมูล (Principle component analysis, PCA) ด้วย K-means โดยโปรแกรม Matlab® ซึ่งจะคำนวณจำนวนกลุ่มที่เหมาะสมด้วยวิธี Elbow และ Silhouette ผลการทดลองพบว่า เมื่อใช้พารามิเตอร์ MaxRE, t₅₀RE, AUC, MRET และ U₇₅₂₅ ในการวิเคราะห์จัดกลุ่มโดยการทำ normalized data ด้วย STANDARDIZE Function จากการคำนวณของโปรแกรม Matlab® จะให้ค่า OptimalK เท่ากับ 2 ซึ่งสามารถจัดกลุ่มได้ 2 คลัสเตอร์ ซึ่งเหมาะสมกับการปฏิบัติงานจริง ดังนั้นการประเมินความแข็งแรงของเมล็ดพันธุ์ด้วยการทดสอบการแทงรากและการแบ่งกลุ่มข้อมูลแบบเคมีน โดยใช้ MaxRE, t₅₀RE, AUC, MRET และ U₇₅₂₅ สามารถจำแนกความแข็งแรงของเมล็ดพันธุ์ได้อย่างเหมาะสม