บทคัดย่อ

การศึกษาอิทธิพลของสารไทอะมีโทแซมต่อการเจริญเติบโตของมันสำปะหลัง ได้จัดทำขึ้นที่แปลงทดลองภาควิชาพืชไร่นา คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน กรุงเทพมหานคร การทดลองเริ่มตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2552 และสิ้นสุดวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553 รวม 99 วัน วางแผนการทดลองแบบ 3 x 2 x 5 Factorial in RCBD) มี 3 ซ้ำ ปัจจัยการทดลองได้แก่ พันธุ์มันสำปะหลัง 3 พันธุ์ คือ พันธุ์เกษตรศาสตร์ 50 พันธุ์ห้วยบง 60 และพันธุ์ห้วยบง 80 อิทธิพลของการชุบท่อนพันธุ์มันสำปะหลังด้วยสารไทอะมีโทแซมและไม่ชุบท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง และอายุของการเก็บเกี่ยว ได้แก่ 29 43 57 71 85 และ 99 วันหลังปลูก ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าพันธุ์มันสำปะหลังมีความแตกต่างกันทางสถิติในเรื่องของความสูงต้น ความยาวรากเฉลี่ย จำนวนราก cambium (storage root) จำนวนราก cambium (adventitious root) น้ำหนักสดราก cambium (storage root) น้ำหนักสดราก cambium (adventitious root) น้ำหนักแห้งราก cambium (storage root) น้ำหนักแห้งราก cambium (adventitious root) น้ำหนักสดส่วนเหนือดิน และน้ำหนักแห้งส่วนเหนือดิน ซึ่งพันธุ์เกษตรศาสตร์ 50 มีความสูงต้น จำนวนราก cambium (storage root) จำนวนราก cambium (adventitious root) น้ำหนักสดราก cambium (storage root) น้ำหนักสดราก cambium (adventitious root) น้ำหนักแห้งราก cambium (storage root) น้ำหนักแห้งราก cambium (adventitious root) น้ำหนักสดส่วนเหนือดินสูงสุด (25.46 ซม., 9.83 ราก, 42.08 ราก, 17.03 กรัม, 40.02 กรัม, 1.81 กรัม, 4.60 กรัม และ178.55 กรัม ตามลำดับ) สำหรับอิทธิพลของการชุบท่อนพันธุ์มันสำปะหลังด้วยสารไทอะมีโทแซมและไม่ชุบท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง ผลการทดลองทำให้เห็นว่าความสูงของต้นและจำนวนราก cambium (storage root) มีความแตกต่างกันทางสถิติ พบว่าการชุบท่อนพันธุ์มันสำปะหลังด้วยสารไทอะมีโทแซมจะมีความสูงมากกว่าท่อนพันธุ์ที่ไม่ได้ชุบสารไทอะมีโทแซม (24.72 ซม. และ18.81 ซม. ตามลำดับ) และในส่วนของความยาวราก cambium (storage root) ความยาวราก cambium (adventitious root) น้ำหนักสดราก cambium (storage root) น้ำหนักสดราก cambium (adventitious root) น้ำหนักสดส่วนเหนือดิน และน้ำหนักแห้งส่วนเหนือดิน ไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติแต่มีแนวโน้มว่าการชุบท่อนพันธุ์มันสำปะหลังด้วยสารไทอะมีโทแซมสูงกว่าที่ไม่ได้ชุบท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง