บทคัดย่อ

การทดลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างการแทงรากกับต้นกล้าปกติในการงอกของเมล็ดพันธุ์ถั่วเขียว และเพื่อเสนอวิธีการจำแนกความแข็งแรงของเมล็ดพันธุ์ถั่วเขียวที่รวดเร็วและถูกต้อง โดยดำเนินการศึกษากับเมล็ดพันธุ์ถั่วเขียวจำนวน 4 พันธุ์ ได้แก่ กำแพงแสน 2 ชัยนาท 36 ชัยนาท 72 และชัยนาท 84-1 ที่มีความแข็งแรงแตกต่างกัน (ชักนำให้มีความแข็งแรงแตกต่างกันด้วยวิธีการเร่งอายุเมล็ดพันธุ์) นำตัวอย่างเมล็ดพันธุ์ที่ได้มาเพาะทดสอบและวิเคราะห์เปอร์เซ็นต์การแทงราก และเปอร์เซ็นต์ความงอก (ต้นกล้าปกติ) ความเร็วในการแทงราก และความเร็วในการงอกเป็นต้นกล้าปกติ รวมทั้งค่าการนำไฟฟ้า (EC Test) เป็นต้น วิเคราะห์ข้อมูลตามแผนการทดลองแบบสุ่มสมบูรณ์ และวิเคราะห์ค่าความสัมพันธ์ (R²) ผลการทดลองพบว่า เมล็ดพันธุ์ถั่วเขียวพันธุ์ชัยนาท 84-1 เป็นเมล็ดพันธุ์ที่มีความแข็งแรงสูง มีเปอร์เซ็นต์การแทงรากและเปอร์เซ็นต์การงอกเป็นต้นกล้าปกติสูงกว่าเมล็ดพันธุ์ที่มีความแข็งแรงต่ำ และมีค่าการนำไฟฟ้าต่ำกว่า ส่วนค่าความสัมพันธ์ (R²) ของอัตราการแทงรากพบว่ามีความสัมพันธ์กับอัตราการงอกเป็นต้นกล้าปกติ โดยมี R² = 59.4 เปอร์เซ็นต์ จากการทดลองนี้ยังพบว่าค่าการนำไฟฟ้าสามารถใช้ในการทำนายเปอร์เซ็นต์การแทงราก และความสม่ำเสมอในการแทงรากของเมล็ดพันธุ์ถั่วเขียวได้ เนื่องจากมีค่า R² ระหว่างค่าการนำไฟฟ้ากับเปอร์เซ็นต์การแทงรากสูงสุด และค่าการนำไฟฟ้ากับค่าความสม่ำเสมอในการแทงรากเท่ากับ 61.1 และ 66.6 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ