ปี 2559
ข้าวโพด
การประเมินความเสื่อมของเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (Zea mays Linn.) ด้วยวิธีการตรวจวัดเอทานอลที่รวดเร็ว
บทคัดย่อ
การทดลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ปริมาณเอทานอลของเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ด้วยวิธีการตรวจวัดเอทานอลที่รวดเร็ว (Fast Ethanol Assay, FEA) ดำเนินการศึกษาเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 2 พันธุ์ แต่ละพันธุ์แบ่งออกเป็น 2 ตัวอย่าง ที่มีปีการผลิตแตกต่างกัน นำเมล็ดพันธุ์ทั้ง 4 ตัวอย่างไปวัดความชื้น เพาะทดสอบในห้องปฏิบัติการ วิเคราะห์ความแข็งแรงโดยวิธีการนับเมล็ดงอกรากแรกเกิดครั้งเดียว (Single Counts of Radicle Emergence, SCRE) และวิธีการเร่งอายุ (Accelerated Aging, AA, Test) สำหรับ FEA จัดการทดลองแบบแฟกทอเรียล 2⁵6 ในแผนการทดลองแบบสุ่มสมบูรณ์ (2ᵏr factorial in CRD) ที่มี 5 ปัจจัย 2 ระดับ ประกอบด้วย ความชื้นภายในเมล็ดพันธุ์ (20 และ 30 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักสด) ระยะเวลาการบ่มเมล็ดพันธุ์ (3 และ 6 ชั่วโมง) อุณหภูมิในการบ่มเมล็ดพันธุ์ (40 และ 60 องศาเซลเซียส) พันธุ์ (A และ B) และการเสื่อมตามอายุ (เมล็ดเก่าและเมล็ดใหม่) ทำการทดลอง 4 ซ้ำ ผลการทดลองพบว่าเปอร์เซ็นต์การงอกของเมล็ดพันธุ์ที่ผลิตในปีที่แตกต่างกันของทั้ง 2 พันธุ์ ไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ (P≤0.01) ต่างกับค่าการประเมินความแข็งแรงด้วยวิธี SCRE ที่สามารถแยกความแตกต่างระหว่างเมล็ดพันธุ์ที่ผลิตในปีที่แตกต่างกันของทั้ง 2 พันธุ์ออกจากกันได้ สำหรับการประเมินความเสื่อมของเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ด้วย FEA พบว่าการบ่มเมล็ดพันธุ์ที่ 40 องศาเซลเซียส เป็นระยะเวลา 6 ชั่วโมง โดยปรับความชื้นเป็น 20 เปอร์เซ็นต์ สามารถแยกความแตกต่างระหว่างเมล็ดพันธุ์ที่ผลิตในปีที่แตกต่างกันได้ในพันธุ์ A ได้ ซึ่งสอดคล้องกับผลการประเมินความเสื่อมด้วย AA Test แต่ FEA ใช้ระยะเวลาในการประเมินน้อยกว่า AA Test ประมาณ 9 วัน