ปี 2560
ข้าว
อิทธิพลของอัตราปลูกต่อปริมาณคลอโรฟิลล์ พื้นที่ใบและการสะสมน้ำหนักแห้งที่ระยะการเจริญเติบโตต่างๆ ของข้าวพันธุ์ กข49
บทคัดย่อ
ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคการเกษตร ทำให้เกษตรกรในพื้นที่ภาคกลางนิยมปลูกข้าวด้วยวิธีการหว่านน้ำตม คิดเป็นร้อยละ 45.10 ของพื้นที่ปลูกข้าว ใช้เมล็ดพันธุ์ปลูกในอัตราเฉลี่ย 28.62 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งสูงกว่าคำแนะนำของกรมการข้าวที่แนะนำให้ใช้เมล็ดพันธุ์ปลูกในอัตรา 10-15 กิโลกรัมต่อไร่ ส่งผลให้เพิ่มต้นทุน การใช้อัตราเมล็ดพันธุ์ข้าวสูงเกินทำให้มีความหนาแน่นของต้นข้าวต่อพื้นที่มาก ยากต่อการจัดการแปลง และได้ผลผลิตต่อไร่ต่ำเมื่อเทียบกับการใช้อัตราปลูกที่เหมาะสม การทดลองนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินอิทธิพลของอัตราปลูกต่อปริมาณคลอโรฟิลล์ พื้นที่ใบและการสะสมน้ำหนักแห้ง ที่ระยะการเจริญเติบโตต่างๆ ของข้าวพันธุ์ กข49 ดำเนินการทดลอง ที่แปลงเกษตรกร ตำบลสนับทึบ อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยวางแผนการทดลองแบบสุ่มสมบูรณ์ในบล็อก (Randomized Complete Block Design) ประกอบด้วย 3 อัตราปลูกได้แก่ 7.5, 15 และ 25 กิโลกรัมต่อไร่ ทดลอง 4 ซ้ำ จากผลการทดลองพบว่า อัตราเมล็ดพันธุ์มีอิทธิพลต่อปริมาณคลอโรฟิลล์ทั้งหมด ที่ระยะดอกบาน การปลูกด้วยอัตราเมล็ดพันธุ์ 7.5 และ 25 กิโลกรัมต่อไร่ส่งผลให้ดัชนีพื้นที่ใบสูงกว่าการปลูกด้วยอัตรา 15 กิโลกรัมต่อไร่ อัตราการเจริญเติบโตที่ระยะสร้างช่อดอก เมื่อปลูกด้วยอัตรา 15 กิโลกรัมต่อไร่ สูงกว่าการปลูกด้วยอัตรา 7.5 และ 25 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับอัตราการสะสมน้ำหนักแห้งต่อหนึ่งหน่วยพื้นที่ใบ ทั้งนี้ดัชนีพื้นที่ใบในระยะการสร้างช่อดอกเป็นค่าทางสรีรวิทยาที่มีความสำคัญ ซึ่งสามารถเป็นตัวชี้บอกที่มีความสัมพันธ์กับผลผลิต โดยในการทดลองเดียวกันนี้ที่อัตราเมล็ดพันธุ์ 7.5 กิโลกรัมต่อไร่ ให้ผลผลิตต่อพื้นที่สูงสุด เมื่อเทียบอัตราการสะสมน้ำหนักแห้งต่อหนึ่งหน่วยพื้นที่ใบในระยะสร้างช่อดอกและการประหยัดต้นทุนด้านเมล็ดพันธุ์ที่มากกว่า