ปี 2561
มันสำปะหลัง
การยกระดับความแข็งแรงของเมล็ดพันธุ์มันสำปะหลัง
บทคัดย่อ
ความแข็งแรงของเมล็ดพันธุ์เป็นปัญหาหลักของการปรับปรุงพันธุ์มันสำปะหลังแบบดั้งเดิม เนื่องจากเป็นสาเหตุของความไม่สม่ำเสมอในการออกดอก (Synchronization of flowering) และการผสม การทดลองนี้จึงพยายามยกระดับความแข็งแรงของเมล็ดพันธุ์มันสำปะหลังผ่านวิธีการต่าง ๆ โดยวางแผนการทดลองแบบ 3x4 factorial experiment in completely randomized design โดยปัจจัยแรกคือเมล็ดพันธุ์มันสำปะหลัง 3 พันธุ์ ได้แก่ เกษตรศาสตร์ 50 ระยอง 5 และ ระยอง 90 ปัจจัยที่สองคือวิธีการยกระดับความสม่ำเสมอในการงอก 4 วิธี ได้แก่ 1) วิธีการอบแห้ง (Dry-heat treatment) โดยอบเมล็ดที่อุณหภูมิ 65 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 10 วัน 2) วิธีการขัดเมล็ดที่ด้านตรงข้ามกับเอมบริโอ (Scarification) 3) วิธีการต้ม (Hot water treatment) ที่จะต้มน้ำจนเดือดแล้วนำเมล็ดพันธุ์ใส่ลงไปจากนั้นปิดไฟและแช่ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง และ 4) คอนโทรล (Control) ที่ไม่ดำเนินการใด ๆ กับเมล็ดพันธุ์ ผลการทดลองพบอิทธิพลร่วมระหว่างทั้ง 2 ปัจจัย แต่เมื่อพิจารณาที่วิธีการ พบว่าวิธีการอบแห้งทำให้เมล็ดพันธุ์มันสำปะหลังทั้ง 3 พันธุ์มีความสม่ำเสมอในการงอกเพิ่มขึ้น (พิจารณาจากค่า U₇₅₂₅ ที่ต่ำกว่า) วิธีการขัดเมล็ดให้ผลที่มีความสม่ำเสมอในการงอกเพิ่มขึ้นเช่นกัน (U₇₅₂₅ เท่ากับ 60.28 ชั่วโมง) แต่ยังน้อยกว่าวิธีการอบแห้ง (U₇₅₂₅ เท่ากับ 57.47 ชั่วโมง) อย่างไรก็ตามวิธีการต้มจะฆ่าเมล็ดพันธุ์มันสำปะหลังที่ทดสอบทั้งหมด (ไม่พบการงอก) เมื่อพิจารณาจากดัชนีที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพของต้นกล้าเช่น ความงอก น้ำหนักสด น้ำหนักแห้ง และความยาวของต้นกล้า จะพบอิทธิพลร่วมระหว่างทั้ง 2 ปัจจัย โดยพบว่าวิธีการอบแห้งทำให้เมล็ดมีเปอร์เซ็นต์ความงอกและความสม่ำเสมอสูงกว่าวิธีการต้ม วิธีการขัดเมล็ดทำให้ต้นกล้ามีน้ำหนักแห้งมากกว่าวิธีการอื่น แต่น้ำหนักสดและความยาวของต้นกล้าที่ผ่านการอบแห้งและวิธีการขัดไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ จากผลการทดลองสรุปได้ว่าวิธีการอบแห้งเป็นวิธีการยกระดับความแข็งแรงของเมล็ดพันธุ์มันสำปะหลังที่สะดวกและได้ผลไม่ต่างจากวิธีการขัดเมล็ด