บทคัดย่อ

การพัฒนาพันธุ์ข้าวให้มีลักษณะรากที่ดีเป็นเป้าหมายหนึ่งในการปรับปรุงพันธุ์ข้าวให้มีเสถียรภาพภายใต้สภาวะแล้ง ข้าวพันธุ์ปรับปรุงที่มีลักษณะทางการเกษตรที่ดีมักมีระบบรากตื้น เนื่องจากมีการปลูกคัดเลือกในนาสวน ทำให้อ่อนแอต่อสภาวะแล้ง การปรับปรุงพันธุ์ให้มีระบบรากลึกสามารถทำให้ข้าวต้านทานต่อสภาวะแล้งมากขึ้น การทดลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบลักษณะรากของข้าวไร่และข้าวนาสวน โดยใช้วิธีตะกร้า (basket method) ดำเนินการทดลองที่โรงเรือนทดลองภาควิชาพืชไร่นา คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระหว่างเดือนกันยายนถึงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2562 ผลการทดลองพบว่าลักษณะจำนวนรากตื้น (shallow root number, SRN) จำนวนรากลึก (deep root number, DRN) และจำนวนรากรวมของข้าวพันธุ์ กข49 (RD49) พันธุ์ปทุมธานี 1 (PTT1) พันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 (KDML105) และ พันธุ์พญาลืมแกง (PLG) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเมื่ออายุข้าวเพิ่มขึ้น โดยข้าวพันธุ์ปรับปรุง ได้แก่ พันธุ์ กข49 (RD49) และพันธุ์ปทุมธานี 1 (PTT1) ซึ่งเป็นข้าวนาสวน มีจำนวนรากตื้น จำนวนรากลึกและจำนวนรากรวมมากกว่าข้าวพันธุ์พื้นเมือง ได้แก่ ข้าวนาสวนพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 (KDML105) และข้าวไร่พันธุ์พญาลืมแกง (PLG) เมื่อพิจารณาลักษณะอัตราส่วนการหลั่งรากลึก (ratio of deep rooting, RDR) พบว่าข้าวนาสวน พันธุ์ กข49 (RD49), พันธุ์ปทุมธานี 1 (PTT1) และพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 (KDML105) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเมื่ออายุข้าวเพิ่มขึ้น ในขณะที่ข้าวไร่พันธุ์พญาลืมแกง (PLG) มีอัตราส่วนการหลั่งรากลึก มีแนวโน้มค่อนข้างคงที่ ถึงแม้ว่าข้าวจะมีอายุเพิ่มขึ้น ดังนั้นแสดงให้เห็นว่าข้าวไร่พันธุ์พญาลืมแกง (PLG) มีลักษณะรากที่ดีเพื่อใช้เป็นแหล่งพันธุกรรมในการปรับปรุงพันธุ์ข้าวให้สามารถทนสภาวะแล้งได้