บทคัดย่อ

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินศักยภาพการให้ผลผลิตชีวมวลและคุณค่าทางโภชนะของกระถิน 6 พันธุ์/สายพันธุ์ รวมทั้งประเมินประสิทธิภาพของสารเสริมจุลินทรีย์ต่อคุณภาพพืชหมัก การทดลองแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ (1) การทดสอบกระถินในสภาพแปลง ณ จังหวัดนครปฐม ระหว่างปี พ.ศ. 2567–2568 โดยวางแผนการทดลองแบบสุ่มบล็อกสมบูรณ์ (RCBD) จำนวน 4 ซ้ำ 6 ทรีทเมนต์ (KU56, KU15, K636, Cunningham, Peru และ Tarramba) เพื่อประเมินผลผลิตน้ำหนักสดและผลผลิตน้ำหนักแห้ง และ (2) การศึกษาคุณภาพพืชหมัก โดยวางแผนการทดลองแบบแฟกทอเรียล 3 × 6 ในแผนการทดลองแบบสุ่มสมบูรณ์ (CRD) โดยปัจจัย A คือ สารเสริมจุลินทรีย์ 3 รูปแบบ ได้แก่ ไม่ใช้จุลินทรีย์ (control), Silage Pro® และ Silage Extra Plus Max® และปัจจัย B คือ กระถินทั้ง 6 พันธุ์/สายพันธุ์ ทำการวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมี ได้แก่ NDF, ADF, ADL และเถ้า (ash) พร้อมทั้งประเมินคะแนนคุณสมบัติทางกายภาพของการหมักตามเกณฑ์มาตรฐานผลการศึกษาพบว่า ผลผลิตน้ำหนักแห้งรวมของกระถินทุกพันธุ์/สายพันธุ์ไม่แตกต่างกันทางสถิติ อย่างไรก็ตาม Cunningham และ Peru มีแนวโน้มให้ผลผลิตชีวมวลสูงกว่าสายพันธุ์อื่น ก่อนการหมัก พบว่า Tarramba มีค่า NDF และ ADF ในใบต่ำที่สุด ซึ่งแสดงถึงศักยภาพการย่อยได้ที่ดีกว่า ภายหลังการหมัก สายพันธุ์ K636 ให้คะแนนคุณสมบัติทางกายภาพของการหมักสูงสุด (16.88 คะแนน) ขณะที่การใช้สารเสริมจุลินทรีย์ Silage Extra Plus Max® ให้คะแนนคุณสมบัติทางกายภาพของการหมักสูงสุด (15.60 คะแนน)โดยสรุป Cunningham และ Peru มีศักยภาพเหมาะสมสำหรับการผลิตชีวมวลเพื่อใช้เป็นแหล่งอาหารหยาบหลัก ขณะที่การผลิตพืชหมักคุณภาพสูงควรเลือกใช้สายพันธุ์ K636 หรือ Tarramba ร่วมกับสารเสริมจุลินทรีย์ Silage Extra Plus Max® เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการหมัก