บทคัดย่อ

ถั่วลิสงมีการเจริญเติบโตแบบทอดยอด การประเมินการสุกแก่และวันสุกแก่ของถั่วลิสงโดยทั่วไปจะสุ่มถอนต้นถั่วลิสงที่ปลูกเพื่อนับจำนวนฝักที่สุกแก่มากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนฝักทั้งหมด ซึ่งทำให้มีค่าใช้จ่ายและสูญเสียต้นถั่วลิสงจากการถอน ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินการสุกแก่โดยการใช้ค่าความร้อนสะสม โดยปลูกถั่วลิสงสายพันธุ์ดีเด่นทั้งหมด 54 สายพันธุ์ เปรียบเทียบกับพันธุ์มาตรฐานจำนวน 5 พันธุ์ ได้แก่ ขอนแก่น 5 ขอนแก่น 9 เกษตรศาสตร์โก๋แก่ 40 เกษตรศาสตร์ สวก.1 และ ไทนาน 9 ที่สถานีวิจัยลพบุรี คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ใช้แผนการทดลองแบบสุ่มภายในบล็อกสมบูรณ์ ทำ 3 ซ้ำ ประเมินค่าความร้อนสะสม (Growing Degree Day, GDD; ºCd) และจำนวนวันหลังปลูก เมื่อพืชเข้าสู่ระยะดอกบาน 50 เปอร์เซ็นต์ และที่ระยะฝักสุกแก่ รวมทั้งประเมินผลผลิตและองค์ประกอบผลผลิต จากผลการทดลอง สามารถแบ่งกลุ่มสายพันธุ์/พันธุ์ถั่วลิสงตามอายุสุกแก่และค่า GDD ได้เป็น 3 กลุ่มคือ กลุ่มสุกแก่เร็ว ซึ่งออกดอก 50 เปอร์เซ็นต์ที่ 38 ถึง 39 วันหลังปลูก มีค่า GDD เท่ากับ 593.88 °Cd ถึง 599.49 °Cd และสุกแก่ที่ 110 วันหลังปลูก มีค่า GDD เท่ากับ 2014.44 °Cd กลุ่มสุกแก่ปานกลาง ซึ่งออกดอก 50 เปอร์เซ็นต์ที่ 38 ถึง 40 วันหลังปลูก มีค่า GDD เท่ากับ 593.88 °Cd ถึง 621.86 °Cd และสุกแก่ที่ 111 วันหลังปลูก มีค่า GDD เท่ากับ 2029.37 °Cd และกลุ่มสุกแก่ช้า ซึ่งออกดอก 50 เปอร์เซ็นต์ที่ 38 ถึง 42 วันหลังปลูก มีค่า GDD เท่ากับ 593.88 °Cd ถึง 639.28 °Cd และมีจำนวนวันสุกแก่ที่ 112 ถึง 113 วันหลังปลูก มีค่า GDD เท่ากับ 2062.24 °Cd ถึง 2084.10 °Cd สำหรับสายพันธุ์ที่ให้ผลผลิตและองค์ประกอบผลผลิตสูงกว่าสายพันธุ์อื่นและพันธุ์เปรียบเทียบ ได้แก่ KUP12BS022 (กลุ่มสุกแก่ช้า), KUP1288-4 (กลุ่มสุกแก่ช้า) และ KUP11231-3 (กลุ่มสุกแก่เร็ว)