ปี 2562
ถั่วลิสง
การประเมินความต้านทานต่อโรคยอดไหม้ในถั่วลิสงสายพันธุ์ดีเด่น
บทคัดย่อ
งานทดลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความต้านทานต่อโรคยอดไหม้ของถั่วลิสงสายพันธุ์ดีเด่น และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการประเมินความต้านทานต่อโรคดังกล่าวในสภาพธรรมชาติและประเมินด้วยวิธีปลูกเชื้อ โดยดำเนินการทดลองดังนี้ 1) การประเมินความต้านทานต่อโรคของสายพันธุ์/พันธุ์ถั่วลิสงในไร่นาเกษตรกร พื้นที่พบการระบาดของโรคอย่างรุนแรงใน จ.กาฬสินธุ์ จำนวน 2 แปลงในฤดูแล้ง ปี 2561/62 แต่ละแปลงวางแผนการทดลองแบบบล็อกสุ่มสมบูรณ์ (RCB) จำนวน 2 ซ้ำ สิ่งทดลองประกอบด้วยถั่วลิสง 5 สายพันธุ์ และพันธุ์เปรียบเทียบ 3 พันธุ์ ได้แก่ ไทนาน 9 ขอนแก่น 5 และเกษตรศาสตร์โก๋แก่ 40 และ 2) การประเมินความต้านทานต่อโรคด้วยวิธีปลูกเชื้อ โดยการทดลองที่สองวางแผนการทดลองแบบสุ่มสมบูรณ์ (CRD) จำนวน 4 ซ้ำ สิ่งทดลองประกอบด้วยถั่วลิสง 5 สายพันธุ์ และพันธุ์เปรียบเทียบ 4 พันธุ์ ได้แก่ ไทนาน 9 ขอนแก่น 5 ขอนแก่น 6 และ ICGV86388 ผลการประเมินในสภาพธรรมชาติเป็นดังนี้ จากการวิเคราะห์ความแปรปรวนรวมพบว่าเปอร์เซ็นต์การเป็นโรคที่อายุ 60 วันหลังปลูกและค่าพื้นที่ใต้กราฟการพัฒนาของโรค (AUDPC) แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญยิ่งทางสถิติ (P < 0.01) โดย KUP13W060 และ KUP13W027 มีเปอร์เซ็นต์การเป็นโรค (14.2 และ 17.7 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ) และค่า AUDPC (139.0 และ 193.5 ตามลำดับ) ต่ำกว่าไทนาน 9 (38.5 เปอร์เซ็นต์ และ 430.6) และขอนแก่น 5 (38.8 เปอร์เซ็นต์ และ 353.6) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แสดงให้เห็นถึงระดับความต้านทานต่อโรคยอดไหม้ของสายพันธุ์ดังกล่าวที่เหนือกว่าพันธุ์เปรียบเทียบทั้งสองพันธุ์อย่างชัดเจน ในส่วนของผลผลิตและองค์ประกอบผลผลิตพบว่า ผลผลิตฝักไม่แตกต่างทางสถิติ ขณะที่เปอร์เซ็นต์กะเทาะและดัชนีเก็บเกี่ยวแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญยิ่งทางสถิติ โดย KUP13W060 (74.0 เปอร์เซ็นต์) มีเปอร์เซ็นต์กะเทาะไม่แตกต่างจากพันธุ์เปรียบเทียบทั้งสามพันธุ์ ขณะที่ KUP13W027 (67.9 เปอร์เซ็นต์) มีเปอร์เซ็นต์กะเทาะต่ำกว่าพันธุ์เปรียบเทียบอย่างมีนัยสำคัญ ด้านดัชนีเก็บเกี่ยวพบว่า KUP13W060 มีดัชนีเก็บเกี่ยว (HI) สูงที่สุดเท่ากับ 0.462 นอกจากนั้นจากการประเมินความต้านทานต่อโรคยอดไหม้ด้วยวิธีปลูกเชื้อพบว่า คะแนนความรุนแรงของโรคและค่า AUDPC แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญยิ่งทางสถิติ โดย KUP13W027, KUP13W058 และ KUP13W060 มีค่าต่ำกว่าไทนาน 9 และขอนแก่น 5 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่ไม่แตกต่างจากขอนแก่น 6 และ ICGV86388 ซึ่งเป็นพันธุ์เปรียบเทียบที่ต้านทานต่อโรค ทั้งนี้จากการวิเคราะห์สหสัมพันธ์ระหว่างการประเมินความต้านทานต่อโรคในสภาพธรรมชาติและวิธีปลูกเชื้อพบว่าทั้งสองวิธีมีความสัมพันธ์อย่างสูงในทางบวก จากผลการทดลองทั้งหมดนี้อาจสรุปได้ว่า KUP13W060 เป็นสายพันธุ์ที่มีศักยภาพความต้านทานต่อโรคยอดไหม้และให้ผลผลิตสูง