ปี 2564
ถั่วลิสง
ผลของระยะปลูกและสายพันธุ์ถั่วลิสงที่มีต่อผลผลิตเมล็ด ชีวมวล และคุณค่าทางโภชนะในการปลูกบนพื้นที่นา
บทคัดย่อ
การทดลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อคัดเลือกสายพันธุ์และระยะปลูกถั่วลิสงที่ให้ผลผลิตเมล็ด ชีวมวล และคุณค่าทางโภชนะสำหรับผลิตเมล็ดและใช้เป็นอาหารสัตว์ โดยปลูกแปลงทดลองในพื้นที่นา ตำบลต้นผึ้ง อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร ในปี 2563-2564 วางแผนการทดลองแบบสปลิทพลอท (split plot) in RCBD ประกอบด้วย 4 ซ้ำ ปัจจัยหลักเป็นการปลูก 2 ระยะ คือ ระยะปลูกแคบ (15x10 เซนติเมตร) และระยะปลูกกว้าง (20x20 เซนติเมตร) ปัจจัยรองประกอบด้วยถั่วลิสง 4 สายพันธุ์/พันธุ์ คือสายพันธุ์ KUP11200-1 และ KUP13W027 และพันธุ์เปรียบเทียบ (ไทนาน 9 และ ขอนแก่น 5) ผลการทดลองพบว่าถั่วลิสงพันธุ์ไทนาน 9 ที่ใช้ระยะปลูกแคบให้ความสูงและความกว้างทรงพุ่มที่อายุ 4 เดือน มากกว่าพันธุ์/สายพันธุ์อื่นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ขณะที่ถั่วลิสงสายพันธุ์ KUP13W027 ที่ใช้ระยะปลูกแคบ มีผลผลิตน้ำหนักสดใบ ต้น ฝัก ใบรวมต้น และผลผลิตน้ำหนักสดรวมสูง (2,305, 4,232, 1,009, 6,538 และ 7,547 กิโลกรัม/ไร่ ตามลำดับ) และให้ผลผลิตใบ ต้น ฝัก ใบรวมต้น และผลผลิตน้ำหนักแห้งรวมสูง (529, 1,175, 444, 1,704 และ2,148 กิโลกรัม/ไร่ ตามลำดับ) พันธุ์ขอนแก่น 5 ที่ใช้ระยะปลูกกว้างให้น้ำหนักเมล็ดต่อต้นและจำนวนเมล็ดต่อต้นสูง คุณค่าทางโภชนะของใบของถั่วลิสงสายพันธุ์ KUP13W027 ที่ใช้ระยะปลูกกว้างมีความชื้นสูง (82.84%) ส่วนปริมาณNDF ADF ADL เถ้า และโปรตีนหยาบของใบและต้นของทุกระยะปลูกและพันธุ์/สายพันธุ์ ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ดังนั้น ถั่วลิสงสายพันธุ์ KUP13W027 ที่ใช้ระยะปลูกแคบมีความเหมาะสม เนื่องจากมีผลผลิตเมล็ดสูงและยังมีผลผลิตน้ำหนักชีวมวลสดและแห้งสูงกว่าพันธุ์/สายพันธุ์เปรียบเทียบ